Blog

ดาวโจนส์แรง พุ่งมากกว่า 1,500 จุด ในสองวัน

ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก พุ่งแรงอีกครั้งสำหรับเพื่อการซื้อขายวันอังคาร (4 ต.ค.) ภายหลังบวกขึ้นอย่างมากเมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 825 จุด หรือ 2.8% ปิดที่ 30,316.32 จุด นับเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,500 จุด ในช่วงเวลา 2 วันที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีกลับมาอยู่เหนือระดับเป้าหมายที่ 30,000 จุดและห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 18% ซึ่งหมายความว่าตลาดไม่อยู่ในสภาวะหมี (Bear Market) อีกต่อไป ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 3.1% ปิดที่ 3,790.93 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,176.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.3% แม้กระนั้นทั้งสองดัชนียังคงอยู่ในสภาวะตลาดหมีและยังห่างจากระดับสูงสุดตลอดกาลมากกว่า 20% นักวิเคราะห์เล็งเห็นว่า ตลาดหมีอาจเข้าสู่ สภาวะจำศีล ( Hibernation) ชั่วคราว ข่าวการยิงขีปนาวุธข้ามไปยังน่านน้ำประเทศญี่ปุ่นของเกาหลีเหนือไม่อาจจะกดดันตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้ สภาวะตลาดดีขึ้น เนื่องจากว่ามีหวังว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิสเซอร์แลนด์อย่าง Credit Suisse จะหลบหลีกสภาวะล้มละลาย จากสถานการณ์ที่คล้ายกับของบริษัท Lehman Brothers เมื่อ…

Continue Reading

ข่าววันนี้

เห็นข่าวเคลมสี “มาสด้า” แล้วได้ยี่ห้อใหม่ ลองดูรถตัวเองบ้าง เอ้า!! “มาสัด” เฉยเลย

ลูกค้าเห็นข่าวดังมีคนเอารถยนต์ “มาสด้า” ไปเคลมสี รับรถเปลี่ยนเป็น “มาดาส” พอดูของตัวเองบ้างเอ้าได้ยี่ห้อใหม่ “มาสัด” เฉยเลย กรณีเมื่อวานนี้ (3 ตุลาคม) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพรวมทั้งข้อความ หลังนำรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 ไปซ่อมทำสีตัวถัง แต่ปรากฎว่าตอนรับรถกลับมา กลับทำให้พบว่าตัวอักษรคำว่า “MAZDA2” ที่ด้านหลังรถมีการสลับตำแหน่งกัน เปลี่ยนเป็นคำว่า “MADAZ2” เจ้าของรถยนต์พึ่งจะเห็น แรก ๆ ขับมาสด้าเอาไปเคลมสีมาเปลี่ยนเป็นมาดาส ล่าสุดวันนี้ (4 ตุลาคม) ทางเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 ได้โพสต์ภาพอีกเคสที่คล้ายกัน ระบุว่า “ไป ๆ มา ๆ มีทั้ง มาดาส มีทั้ง มาสัด 555” โดยเป็นภาพของทั้งสองคันที่มีการติดตัวอักษรยี่ห้อสลับตำแหน่ง คันหนึ่งเป็น MADAZ2 ส่วนอีกคันเป็น MAZAD2 โดยผู้ครอบครองรถคันที่สองยังพูดว่า เห็นข่าวเลยลองไปดูรถยนต์ตนเองเล่น ๆ ทำสีที่ศูนย์มา 4 เดือนแล้ว นี่ถ้าหากข่าวไม่ดังอาจขับไอ้มาสัดจนขายเลยมั้ง.

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
Blog

ความเชื่อมั่นผู้ผลิตญี่ปุ่นลดลง 3 ไตรมาสติดกัน เหตุต้นทุนสูงกระทบภาคธุรกิจ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลงต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่ 3 เนื่องด้วยผลพวงของต้นทุนการวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 3 ซึ่งรวมทั้งผู้ผลิตรถยนต์รวมทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้น ลดน้อยลงสู่ระดับ 8 จากระดับ 9 ในไตรมาส 2 รวมทั้งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดคะเนไว้ที่ระดับ 11 ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานรวมทั้งเงินลงทุนวัตถุดิบได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น รวมทั้งทำให้บริษัทต่างๆจำต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อปกป้องกำไรของบริษัท อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมทั้งภาคบริการนั้น เพิ่มขึ้นแตะระดับ 14 ในไตรมาส 3 จากระดับ 13 ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกัน 3 ไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวภายหลังจากรัฐบาลยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผลการสำรวจของ BOJ กล่าวว่า ดัชนีทังกันภาคการผลิตในไตรมาส 4 มีแนวโน้มขยับขึ้นแตะระดับ 9 แต่คาดว่าดัชนีทังกันนอกภาคการผลิตบางทีก็อาจจะปรับตัวลงแตะระดับ 11 เนื่องด้วยต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ภาพวาด
ข่าววันนี้

“อ๋อม สกาวใจ” โชว์ภาพวาด “น้องจอมทัพ” แต่หลายคนโฟกัสตัวเลขบนเสื้อ

ออกมาให้เลขเด็ดกันแบบถี่ๆเลยสำหรับคุณแม่ขาสวยและก็เจ้าแม่ใบ้หวยอย่าง อ๋อม สกาวใจ เพราะที่ผ่านมาก็เพิ่งออกมาโชว์เลขลอตเตอรี่ที่เพิ่งซื้อในงวด 1 เดือนตุลาคม และก็ทำเอาแฟนคลับแห่ซูมกันไปแล้ว และล่าสุดกับโพสต์ของ อ๋อม สกาวใจ ที่ออกมาโชว์ผลงานศิลปะของลูกชาย หรือที่แม่อ๋อมเรียกว่า เจ้าพ่อจอมทัพ เพราะลูกชายให้โชคแม่อยู่เสมอและงวดนี้พิเศษมากๆ เพราะว่า น้องจอมทัพ ลงมือวาดภาพให้ถึงสองใบ แถมยังเห็นเลขชัดๆด้วย   ตามที่แม่อ๋อมได้โพสต์แคปชั่นไว้ว่า มาแย้วววว!!!ครั้งนี้ผลงานศิลปะจอมทัพมี2รูปคับ วาดเสร็จรูปแรก บอกแม่อ๋อมว่าจะวาดอีกรูปคับ อ่ะเลื่อนดูกันได้เลยน๊าา งานนี้ทำเอาคอหวยตาลุกวาว ตีเลขเด็ดกันใหญ่ แล้วหลังจากนั้นก็เข้ามาคอมเมนต์ช่วยกันดูเลขและก็มีหลายๆคนที่แอบโฟกัสไปที่เลขบนเสื้อน้องจอมทัพด้วย เช่น 36 33 เห็น6ชัดมากๆ,สะดุดเสื้อน้อง 8447-33,เสื้อน้องหรือเปล่าคะ, 435 ไปเลยค่ะ,เลขสวยมากคร๊าาาเจ้าพ่อจอมทัพ, เยอะมาก หลายจุดเลยค่ะ วิ่งตัวเดียว 3 ล่าง บน จ้า, 423 47 จัดไปค่ะ, 35,68 ปังๆนะคะ, 324เลขที่บ้านขอให้มาค่ะ, 435 เหรอคะ, 435,425

ธอส
Blog

ธอส.ตรึงดอกเบี้ยบ้านถึงสิ้นปี’65 ส่วนปีหน้าทยอยขึ้นตามตลาด

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ยันไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมบ้านจนกระทั่งสิ้นปี’65 ถึงแม้สูญรายได้ 1,900 ล้านบาท หวังแบ่งเบาภาระให้เวลาลูกค้าปรับตัว 6 เดือน ด้านปี’66 ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเท่าตลาด รับถ้าหาก กนง.ทยอยขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า สูญรายได้อีกกว่า 5 พันล้านบาท   วันที่ 28 กันยายน 2565 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย0.25% ต่อปี จาก 0.75% เป็น 1% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้น จากการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด ธอส.) ยังยืนยันพร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมบ้านไว้ให้นานที่สุดอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2565 เพื่อแบ่งเบาภาระและให้เวลาลูกค้าในการปรับตัว ซึ่งปัจจุบันนี้ธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท เป็นพอร์ตลูกค้าสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยลอยตัวกว่า 1 ล้านล้านบาทโดยคาดว่าดอกเบี้ยของธนาคารจะขยับเท่าตลาดอย่างน้อยอีก 6 เดือน หรือข้างในช่วงกลางปี 2566 ทั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธนาคาร จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่หายไปสูงสุดราวๆ 1,900 ล้านบาท จากการที่ธนาคารไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกระทั่งสิ้นปี…

Continue Reading

เครื่องบิน
ข่าววันนี้

บริษัทสหรัฐฯ ทดสอบสมรรถนะเครื่องบินโดยสารพลังงานไฟฟ้าลำแรก

บริษัทเทคโนโลยีการบินรายย่อยของสหรัฐฯ ทดสอบเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า “อลิซ” ที่บินได้สูง 3,500 ฟุต เป็นระยะเวลานาน 8 นาที ปูทางสู่การพัฒนาเครื่องบินโดยสารและก็ขนส่งสินค้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ วันที่ 27 กันยายน 2565 บริษัท “อาร์ลิงตัน” ผู้สร้างเครื่องบินรายย่อยสัญชาติอเมริกัน ที่มีฐานการผลิตอยู่ในรัฐวอชิงตัน ของสหรัฐฯ ได้กระทำการทดสอบสมรรถนะของเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าลำแรก ที่มีชื่อว่า “อลิซ” (Alice) โดยการทดสอบครั้งนี้ เครื่องบินได้กระทำการขึ้นบินที่ระดับความสูง 3,500 ฟุต เป็นระยะเวลานาน 8 นาที บริเวณท่าอากาศยานในเมืองโมเสสเลค รัฐวอชิงตัน โดยการทดสอบบินครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของบริษัทอาร์ลิงตัน ในการพัฒนาเครื่องบินขนส่งผู้โดยสารและก็เครื่องบินขนส่งสินค้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2570 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า นายเกรกอรี ดาวิส ซีอีโอของบริษัทอาร์ลิงตันกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของทางบริษัทคือสามารถปรับปรุงเครื่องบินชาร์จแบต 1 ครั้งเป็นเวลา 35 นาทีแล้วสามารถบินได้ไกลเป็นระยะทางราวๆ 250-400 กิโลเมตร ขณะที่วัตถุประสงค์การผลิตและก็ส่งมอบเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าลำแรกในปี 2570 จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ขณะที่ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทางบริษัทจะผลิตเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าออกมาอีก 2 รุ่น เพื่อส่งให้ทางสำนักงานการบินพลเรือนรับรอง.

Blog

ราคาน้ำมันวันนี้ (27 กันยายน 65) เช็คราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ปัจจุบัน

ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ย. 65) ตามข้อมูลจากบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายที่ราคาลิตรละ 34.35 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 จำหน่ายที่ราคาลิตรละ 34.08 บาท รายงานราคาน้ำมันดีเซลล่าสุด ราคาอยู่ที่ 34.94 บาท น้ำมันดีเซล B7 ราคา 34.94 บาท และน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม (Hi Premium Diesel S B7) อยู่ที่ 43.66 บาท ส่วนราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ยังไม่มีประกาศเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 07.03 น.ที่ผ่านมา สรุปราคาน้ำมันวันนี้ ตามข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ประจำวันที่ 27 เดือนกันยายน 2565 จากปั๊มน้ำมัน 4 แห่ง ประกอบด้วย PTT Station บางจาก เชลล์ และเอสโซ่ ดังนี้ ราคาน้ำมัน PTT Station เบนซิน…

Continue Reading

Blog

ปอนด์ดิ่งทำนิวโลว์เทียบดอลลาร์ วิตกกังวลสถานะการคลังอังกฤษตกต่ำ

เงินปอนด์ร่วงลงแตะระดับที่ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเวลาเช้านี้(26กันยายน) ด้วยเหตุว่านักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลอังกฤษ ภายหลังจากรัฐบาลเปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ ทั้งนี้ เงินปอนด์ร่วงลงแตะระดับ 1.0382 ดอลลาร์ในเวลาเช้านี้ ซึ่งเป็นระดับที่ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์   รัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ แล้วก็มาตรการเยียวยาภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลพวงจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่ามาตรการปรับลดภาษีจะมีวงเงินราว 4.5 หมื่นล้านปอนด์ในปี 2569-70 ส่วนมาตรการเยียวยาผลพวงจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมีวงเงินมากกว่า 1 แสนล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อสถานะทางการคลังของอังกฤษจากการก่อหนี้เพิ่มขึ้นของรัฐบาล หลังการเปิดเผยมาตรการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ด้านซิตี้กรุ๊ปเตือนว่า อังกฤษมีความเสี่ยงที่จะเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นในสกุลเงินปอนด์ และปอนด์อาจดิ่งลงแตะระดับ 1:1 เทียบเคียงดอลลาร์ “เราคิดว่าอังกฤษจะเผชิญกับความยากลำบากในการหารายได้มาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ” ซิตี้กรุ๊ป ระบุ

Blog

น้ำมัน WTI ปิดบวก 55 เซนต์ ตอบรับดีมานด์น้ำมันจีนฟื้นตัว

  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (22 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในจีนที่เริ่มฟื้นตัว แล้วก็การคาดคะเนที่ว่าอุปทานน้ำมันจะเผชิญกับสภาวะตึงตัว สาเหตุจากการที่รัสเซียประกาศยกฐานะการทำสงครามกับยูเครน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 83.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 90.46 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบปิดในแดนบวกภายหลังจากมีรายงานว่า ความต้องการใช้น้ำมันในจีนส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลงเนื่องด้วยผลพวงของมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโควิด-19 นอกเหนือจากนี้ นักลงทุนคาดว่าอุปทานน้ำมันจะเผชิญกับสภาวะตึงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา ภายหลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศระดมกำลังพลจำนวน 300,000 นายเพื่อยกฐานะการทำสงครามกับยูเครน ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกระดมพลทหารรัสเซียเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในรัสเซียนั้น OVD-Info ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนในรัสเซียเปิดเผยว่า ชาวรัสเซียที่ออกมาชุมนุมต่อต้านการประกาศระดมพลของปธน.ปูตินได้ถูกตำรวจจับกุม กับถูกหมายเรียกให้ไปแสดงตัวต่อทางกองทัพเพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งผู้ที่ปฏิเสธหมายเรียกดังกล่าวต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี อย่างไรก็แล้วแต่ ช่วงบวกของสัญญาน้ำมันถูกจำกัดจากการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน…

Continue Reading

จีดีพี
Blog

ADB หั่นคาดคะเนจีดีพีอินเดียลงเหลือ 7% หลังเงินเฟ้อพุ่ง-คุมเข้มแนวนโยบาย

แบงก์เพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดหมายการขยายตัวของสินค้ามวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอินเดียในขณะที่เหลือของปีงบประมาณนี้ (เม.ย. 2565 – มี.ค. 2566) ลงสู่ระดับ 7% จาก 7.5% ที่เคยคาดหมายไว้ภายในเดือนเม.ย. ADB ระบุว่าเป็น “การปรับลดคาดหมายลงเล็กน้อย” ซึ่งเป็นผลจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเกินคาดและก็การคุมเข้มนโยบายการเงิน ขณะเดียวกัน ADB ได้ปรับเพิ่มคาดหมายเงินเฟ้อของอินเดียขึ้นสู่ระดับ 6.7% พร้อมระบุว่า การบริโภคของภาคเอกชนจะได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงมากขึ้นซึ่งกำลังบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ถึงแม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงดีขึ้นโดยตลอดก็ตาม ทั้งนี้ ADB คาดว่า แรงกดดันด้านราคาจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และก็ทำให้อุปสงค์ทั่วโลกซบเซา รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นนั้นมีแนวโน้มที่จะทำให้ยอดการส่งออกสุทธิลดน้อยลง